ดื่มน้ำ สุขภาพ เทคนิค

ร่างกายของเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ คิดเป็นร้อยละ 60-70 ของน้ำหนักตัว ในเลือดจำนวน 100 cc. ประกอบไปด้วยน้ำถึง 80 cc.  ดังนั้น การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งและเราควรจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

เทคนิคการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

1. ปริมาณน้ำที่ต้องดื่มในแต่ละวันคือ 2-3 ลิตร (ได้จากน้ำดื่ม 1.0-1.5 ลิตร จากอาหาร เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ 1.0-1.5 ลิตร)  จึงจะมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากอากาศร้อนจัด ปริมาณน้ำที่ดื่มก็ต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย คนที่มีอายุมากขึ้น ความรู้สึกกระหายน้ำลดลง กลไกลการกระหายน้ำเสื่อมลง จึงควรใส่ใจการดื่มน้ำให้เพียงพอ

2. ทานผัก ผลไม้ให้มาก เนื่องจากผักและผลไม้อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และมีส่วนประกอบของน้ำมากกว่า ร้อยละ 90  (ผักมีส่วนประกอบของน้ำถึงร้อยละ 95 ผลไม้มีส่วนประกอบของน้ำร้อยละ 90) ดังนั้น การทานผักผลไม้ 500 กรัม เที่ยบเท่ากับการดื่มน้ำ 400 cc

3. การดื่มเครื่องดื่มดับกระหาย ต้องคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวด้วย เครื่องดื่มทั่วไปมักใช้ดื่มเพื่อดับกระหาย หากสังเกตให้ดีจะพบว่ายิ่งดื่มยิ่งกระหาย ถ้าเป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณแคลอรีและไขมันสูง การดื่มในปริมาณมาก บ่อยๆ จะเกิดโทษ เช่น เกิดพิษสะสมในร่างกาย ทำให้เป็นเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง

4 .หากมีการเสียน้ำมาก และรู้สึกกระหายน้ำมาก ควรใช้เกลือผสมลงไปเล็กน้อย จะช่วยดับกระหาย แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มมากเกินไป

5. หลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์ หรือกินน้ำแข็งเพื่อดับกระหาย เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อระบบการย่อยอาหารในระยะยาว ทำให้มีของเสียตกค้าง มีความเย็นในร่างกายตกค้าง พลังของร่างกายจะอ่อนแอ ร่างกายก็จะอ่อนแอลงด้วยเช่นกัน

6. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น หรือดื่มน้ำปริมาณมากหลังกินอาหาร เพราะจะไปเจือจางความเข้มข้นของน้ำย่อย ทำให้การย่อยอาหารทำได้ไม่ดี ทำให้เป็นโรคกระเพาะ

7. ไม่ปล่อยให้ร่างกายกระหายน้ำเต็มที่แล้วค่อยมาดื่มน้ำ มีความหมายเช่นเดียวกับปล่อยให้ดินแห้งแตกระแหงแล้วค่อยมารดน้ำทีหลังซึ่งจะสายเกินแก้ ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย การที่มีอาการกระหายน้ำแล้วแสดงว่าร่างกายมีภาวะขาดน้ำ ถ้ากระหายน้ำเต็มที่แสดงว่าการขาดน้ำของร่างกาย หรือเซลล์รุนแรง ทำให้มีของเสีย สารพิษตกค้างอยู่จำนวนมาก ไม่สามารถระบายหรือขับออกจากร่างกายได้ (ขาดน้ำไปละลายหรือนำพาสารพิษ) ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายอ่อนแอ เกิดของเสียตกค้าง สะสม โดยทั่วไปร่างกายคนเราควรได้น้ำในปริมาณ 2.5 ลิตร/ต่อวัน (ประมาณ 8 แก้ว)

8. การดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปก็เป็นโทษได้ มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการแนะนำการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ เช่น ดื่มครั้งเดียวปริมาณมากๆ ตอนตื่นนอน เพื่อขับล้างของเสียในร่างกาย ร่างกายคนเราเมื่อขาดน้ำ ปริมาณปัสสาวะจะน้อย เมื่อน้ำเกินปัสสาวะจะมาก โดยอาศัยกลไกการทำงานของไตเป็นตัวควบคุม คนปกติที่ไม่ขาดน้ำ ถ้าได้รับน้ำในปริมาณมาก จะทำให้เลือดเจือจาง ไตทำงานหนักขึ้น แรงดันในการดูดซึมของสารอาหารสู่เซลล์น้อยลง ปริมาณน้ำในเซลล์มากขึ้น ทำให้เซลล์บวมน้ำ เกิดพิษต่อเซลล์ เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ แน่นท้อง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าเซลล์บวมน้ำมากขึ้นจะมีอาการง่วงนอน กระตุก หัวใจเต้นช้า หายใจช้า มองไม่ชัด เป็นลม เป็นต้น ดังนั้น การดื่มน้ำจึงต้องดื่มแต่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป การดื่มน้ำมากเกินเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อร่างกาย

9. ไม่ควรดื่มน้ำอย่างรวดเร็วจนเกินไป บางคนพอรู้สำกระหายน้ำ ก็จะรีบดื่มน้ำให้หมดในทันทีทันใด การดื่มเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจอ่อนแรงในระยะยาว เพราะปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ไตควบคุมการขับน้ำไม่ได้ทันทีทันใด ก็จะมีปริมาณน้ำในหลอดเลือดมากแล้วก็ไปเพิ่มภาระการสูบฉีดของหัวใจ
ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน
thaihealth.or.th
ภาพ : spine-health.com
เรียบเรียง : ถั่งเช่า ม.เกษตร(คอร์ดี้ไทย)

เทคนิคการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ